มะเขือเทศ
มะเขือเทศ
ชื่อสมุนไพร มะเขือเทศ
ชื่ออื่น ๆ / ชื่อท้องถิ่น มะเขือส้ม ,
มะเขือส้ม (ภาคเหนือ) ,มะเขือเครือ(ภาคอีสาน),ตรอบ(สุรินทร์),ตะก่อชิ(กะเหรี่ยง),ตีรอม(เขมร),ฮวงเกีย(จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lycopersicum esculentum Mill
ชื่อสามัญ Tomato
วงศ์ Solanaceae
ลักษณะทั่วไปมะเขือเทศ
มะเขือเทศจัด
เป็นไม้ล้มลุกฤดูเดียว สูงได้ถึง 2 ม. ต้นอ่อนมะเขือเทศมีลักษณะเป็นทรงกลม และเปราะหักง่าย เมื่อแก่ขึ้น
ต้นจะค่อนข้างเป็นเหลี่ยม และแข็งแรงขึ้น แตกกิ่งตั้งแต่ระดับล่างของลำต้น
โดยลำต้นจะมีขนปกคลุม และมีกลิ่นเฉพาะตัว
ลำต้นมะเขือเทศบางสายพันธุ์เป็นลำต้นตั้งตรง และแข็งแรง
แต่บางสายพันธุ์มีลักษณะลำต้น และกิ่งเลื้อยขึ้นที่สูงหรือเลื้อยตามดิน
ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปขอบขนาน
ขอบใบเว้าลึกดูคล้ายเป็นใบประกอบแบบขนนก มีก้านใบหลัก แต่ละก้านใบ มีใบย่อยแตกออกด้านข้าง
7-9 ใบ ใบมีสีเขียวสด มีขนปกคลุมทั่วใบ ดอกมะเขือเทศเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีทั้งเกสรตัวเมีย
และเกสรตัวผู้ในดอกเดียวกัน
โดยออกดอกเป็นช่อ
ช่อละประมาณ 3-5 ดอก แทงออกบริเวณข้อของกิ่ง
ดอกมีขนาดเล็ก สีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ และกลีบเลี้ยง 5
กลีบ เมื่อดอกบาน กลีบเลี้ยง และกลีบดอกจะโค้งลง
ภายในประกอบด้วยเกสรตัวผู้ 5 อัน
ล้อมรอบเกสรตัวเมียที่อยู่ด้านใน ผลมะเขือเทศมีลักษณะเป็นผลฉ่ำน้ำ
และมีรูปร่างแตกต่างกันตามสายพันธุ์ เช่น รูปทรงกลม ทรงรี
ส่วนขนาดมีทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ผลอ่อนจะมีสีเขียวอมขาว
และค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อแก่ และเป็นสีแดง เมื่อผลสุก เมล็ดมะเขือเทศ
มีลักษณะแบน รูปไข่ สีเหลือง หรือสีน้ำตาลอ่อน
และมีขนาดเล็ก โดยมีขนสั้นปกคลุมรอบนอก ยาวประมาณ 3-5 มม.
โดยอาจมีมากถึง 250 เมล็ดใน 1 ผล
การปลูกมะเขือเทศ
เพาะกล้าแล้วย้ายปลูก
โดยเตรียมแปลงกล้าอย่างประณีต ยกแปลงสูงประมาณ 1 คืบ นำปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมักมาคลุกเคล้าประมาณ 1 - 2 บุ้งกี๋ ต่อ 1 ตารางเมตร ใช้เมล็ดประมาณ 30 -
40 กรัม หยอดลงบนแปลงยาว 10 เมตร กว้าง 1
เมตร จะได้ต้นกล้าพอสำหรับปลูกในพื้นที่ 1 ไร่
การหยอดเมล็ด ควรหยอดเป็นแถวห่างกันประมาณ 10 ซม. ลึกไม่เกิน
1 ซม. เมื่อหยอดเมล็ดแล้วกลบด้วยดินผสมปุ๋ยหมัก
และคลุมแปลงด้วยฟางข้าว หรือ หญ้าแห้งบางๆ ในช่วง 3 วันแรก
รดน้ำสม่ำเสมออย่าให้ผิวหน้าดินแห้ง
และถ้าแดดจัดหรือฝนตกหนักต้องคลุมแปลงด้วยผ้าไนล่อนหรือผ้าพลาสติก เพื่อป้องกันเม็ดฝนกระแทกลำต้นหรือใบเป็นรอยซ้ำ
ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ
ได้ง่าย โรคที่สำคัญในแปลงกล้า คือ โรคโคนเน่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝนตกติดต่อกัน ความชื้นในอากาศและที่ผิวดินสูง
ป้องกันโดยนำเศษฟางหรือหญ้าที่ใช้คลุมแปลงออกให้หมด เพื่อให้แปลงกล้าโปร่งและการระบายอากาศดี
แล้วฉีดพ่นด้วยยากันรา ในช่วงที่กล้ามะเขือเทศอายุประมาณ 17 - 22 วัน ควรลดปริมาณน้ำที่ให้ลง
และให้กล้าได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ต้นกล้าจะแข้งแรง เหนียว ไม่อวบฉ่ำน้ำ
ซึ่งมีผลให้กล้ารอดตายมาก หลังจากย้ายกล้า โดยทั่วไปการย้ายกล้าลงแปลงปลูกมักจะใช้กล้าอายุประมาณ
21 - 25 วัน หลังจากหยอดเมล็ดหรือเมื่อกล้ามีใบจริง 3
- 4 ใบ
ถิ่นกำเนิดมะเขือเทศ
มะเขือเทศมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบเทือกเขาแอนตีสของทวีปอเมริกาใต้
ในแถบประเทศเปรูและชิลี เดิมมะเขือเทศเป็นพืชที่เจริญเติบโตในป่าเขา
แม้มะเขือเทศจะเป็นผลไม้ที่ดูจากภายนอกแล้วสวยงาม
ทำให้คนชอบและหลงใหลแต่ในสมัยนั้นก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะนำมารับประทานเพราะคิดว่าเป็นผลไม้มีพิษ
และในราวกลางศตวรรษที่ 15 ชาวสเปนและโปรตุเกส
ได้นำเอามะเขือเทศจากเปรูไปปลูกในยุโรป หลังจากนั้นก็มีการนำไปปลูกยังประเทศอังกฤษ
ฝรั่งเศส และเยอรมัน ในระยะแรกมีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในสวน มะเขือเทศได้ถูกนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในสวนอยู่นานร่วม 200 ปี โดยไม่มีใครกล้านำมากินเลย จนกระทั่งในปลายศตวรรษที่ 18 มีนักวาดภาพชาวฝรั่งเศส ผู้หนึ่งนึกอยากลองชิมรสชาติของมะเขือเทศ
เขาจึงตัดสินใจลองกินมะเขือเทศดู
หลังจากกินแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลองอยู่หลายครั้ง จนแน่ใจว่าไม่มีพิษ
เมื่อข่าวออกไป ประชาชนทั่วไปก็เริ่มกินตามบ้าง
มะเขือเทศเลยกลายเป็นอาหารในครัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และในปี ค.ศ.1811 ก็มีการบันทึกลงในพจนานุกรมทางพฤกษศาสตร์ เป็นครั้งแรก สำหรับในประเทศไทยมีการสันนิษฐานไว้ว่า
มะเขือเทศเข้ามาสู่เมืองไทยนานหลายร้อยปีแล้ว
โดยชาวยุโรปที่มาติดต่อค้าขายกับไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้นำเข้ามา
และในหนังสืออักขราภธานศรับท์ของหมอปลัดเล พ.ศ.2416 หรือเมื่อ
125 ปีมาแล้ว กล่าวถึงมะเขือเทศว่า “มะเขือเทศ :
เป็นชื่อมะเขือเขาเอาพันธุ์มาแต่เมืองเทศปลูกไว้ในเมืองไทยจึงเรียก
มะเขือเทศ” ซึ่งแสดงว่าเมื่อ 125 ปีก่อนโน้นคนไทยก็ปลูกมะเขือเทศกันทั่วไปแล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น