ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้
ชื่ออื่น ๆ / ชื่อเรียกท้องถิ่น ว่านหางจระเข้ (ภาคกลาง) ว่านหางจระเข้ (ภาคเหนือ) ว่านแข้,หว่านตะแข่,หว่านตะเข้ (ภาคเหนือ) หว่านเข้ (ภาคใต้) ประเตียล,กระปือ (ภาคเขมร) ช่าเจ๊ายังแป๊ (ภาษาพม่า)
ชื่อสามัญ Aloe vera
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aloe vera Linn.
จัดอยู่ในวงค์ Asphodelaceae
ลักษณะทั่วไปว่านหางจระเข้
ลำต้น ว่านหางจระเข้จัดเป็นกลุ่มของไม้ล้มลุก
มีลำต้นประมาณ 0.5-1 เมตร และมีข้อปล้องสั้นๆสีเขียวนวล
มีรูปร่างทรงกลม เปลือกมียางสีเหลืองและขอบใบมีหนาม ใบ ว่านหางจระเข้
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และออกเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบ ต้นเรียงสลับซ้อนกัน
ใบมีความกว้าง 5-12เซนติเมตร และมียาว 30-80 เซนติเมตร ใบมีลักษณะอูม และอวบน้ำข้างในเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน
และมีเมือกลื่น ดอก ดอกว่านหางจระเข้แทงออกเป็นช่อ
บริเวณกลางต้นดอกจะมีสีแดงอมเหลืองเป็นหลอดๆตัวของดอกมี6กลีบ
ความยาวของดอกประมาณ 2-3 เซนติเมตร กว้าง 0.5-1 เซนติเมตร ส่วนของก้านจะมีความยาวยาวประมาณ 40-90 เซนติเมตร
ด้านในมีเกสรตัวผู้ 6 อัน ด้านล่างสุดเป็นรังไข่ ว่านหางจระเข้จะออกดอกในช่วงฤดูหนาวของปีและออกดอกมากที่สุดแถวบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย
ถิ่นกำเนินว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้นั้นมีถิ่นกำเนิดแถวบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา
ว่านหางจระเข้นั้นมีสายพันธุ์ที่มากกว่า 300 ชนิด
ซึ่งมีทั้งพันธุ์ขนาดเล็กกว่า 10 ซม. ไปจนถึงขนาดใหญ่ ว่านห่างจระเข้เป็นพืชชนิดเดียวกับพลับพลึง หัวหอม
ว่านหางจระเข้ยังเป็นพืชที่มีอายุนานหลายปีและสามารถปลูกเป็นไม้ประดับหรือพืชเศรษฐกิจก็ได้
การขยายพันธุ์ว่านหางจระเข้
การเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อของว่านหางจระเข้
เหมาะสำหรับการปลูกเชิงพาณิชย์ และการปลูกขนาดใหญ่ การปลูกด้วยการแยกหน่อ
หน่อที่สามารถแยกมาปลูกต้องมีขนาดสูง 10-15 เซนติเมตร
เหมาะสำหรับการปลูกในแปลงขนาดใหญ่ และปลูกในครัวเรือน การไว้หน่อเพื่อการทำพันธุ์
ไม่ควรเกิน 2 หน่อต่อต้น การปักชำ
วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมนำมาใช้กัน เพราะต้องตัดยอดหรือโคลนต้นทำให้ได้รับคาวมเสียหายฉีดขาดหรือแตกของก้านใบ
จึงเป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยมกันมากนัก ว่านหางจระเข้จะสามารถเติบโตได้ดีในฤดูหนาว
การปลูกควรเป็นดินปนทราย เพราะจะระบายน้ำได้ดี
เพราะต้นว่านหางจระเข้ไม่ชอบน้ำมากและน้ำขัง
ขุดหลุมลึกประมาณ 10-20 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือใบไม้แห้งลงไปในก้นหลุม
แล้วกลบดินให้เสมอโค่นต้น ระยะปลูกควรห่างกัน 50x70 เซนติเมตร
ช่วงเดือนแรกควรให้น้ำทุกวัน หลังจากต้นติดดินแล้วควรให้น้าลดน้อยลง
ไม่ควรใช้ยาฆ่าหญ้าหรือใช้ สารเคมีโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ต้นโตช้าและตายได้ง่าย
หลังจาก 6-8 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้ ควรเก็บจากใบล่างไปหาใบบนและให้สังเกตใบจะไม่มีลาย
ใบอวบ น้ำเต็ม ก็เป็นอันสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ควรเก็บ 2-6 ใบ ต่อต้น /ครั้ง ว่านหางจระเข้สามารถเก็บเกี่ยวได้ปีละ
8 ครั้ง
สรรพคุณของว่านหางจระเข้
ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ด้วยการรับประทานเนื้อวุ้น หรือจะทำเป็นน้ำปั่นว่านหางจระเข้มาดื่มก็ได้ ก็จะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันโรคเบาหวานได้ ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ด้วยการตัดใบสดของว่านหางจระเข้แล้วทาปูนแดงด้านหนึ่ง แล้วเอาด้านที่ทาปูนปิดตรงขมับ จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ (ใบ) วุ้นว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันและลดการเกิดแผลในกระเพาะขณะท้องว่าง ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่าง ๆ สรรพคุณว่านหางจระเข้ช่วยแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ ด้วยการใช้ใบนำมาปอกเปลือกเอาแต่วุ้น นำมารับประทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (เนื้อวุ้น)
สนับสนุนโดย เว็บFightbet98 เล่นได้ทันที ไม่ต้องโหลดแอพให้ยุ่งยาก มีเกมและกีฬาให้เลือกอย่างมากมาย เว็บสล็อต ที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในไทย สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น