ฟักทอง
ฟักทอง
ชื่อสมุนไพร ฟักทอง
ชื่ออื่น ๆ / ชื่อท้องถิ่น มะฟักแก้ว,ฟักแก้ว นะน้ำแก้ว (ภาคเหนือ) , หมากอึ (ภาคอีสาน) , น้ำเต้า (ภาคใต้) ,หมักอื้อ
(เลย) , หมากฟักเหลือง (แม่ฮ่องสอน) , หมากปัก
(ไทยใหญ่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Decne.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cucurbita maxima Duch.
ชื่อสามัญ Pumpkin, Butternut squash, Winter
squash, Field pumkin, , Cushaw
วงศ์ CUCURBITACEAE
ลักษณะทั่วไปฟักทอง
ฟักทองสามารถแบ่งออกเป็น 2 ตระกูล ตระกูลแรกก็คือ
ตระกูลฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) ที่พบเห็นกันบ่อยในโทรทัศน์หรือภาพยนต์ต่างประเทศ
ซึ่งจะมีลักษณะผลใหญ่ เนื้อยุ่ย
ผิวของผลจะเป็นสีเหลืองทั้งตอนเป็นผลอ่อนหรือตอนแก่เต็มที่และตระกูลสควอช (Squash)
ซึ่งได้แก่ฟักทองไทยและฟักทองญี่ปุ่น โดยฟักทองไทยนั้น
ผิวของผลขณะยังอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสลับเขียว
ผิวมีลักษณะขรุขระเล็กน้อย เปลือกจะแข็ง เนื้อด้านในเป็นสีเหลือง
พร้อมด้วยเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่โดยฟักทองจะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ คือ
จัดเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน
ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน
ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อนๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว
มีขนาดใหญ่ กว้าง 10-35 เซนติเมตร
ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่
ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ
โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ
สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม
เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน
มีขอบนูนอยู่โดยรอบ
การเตรียมพื้นที่ปลูกฟักทอง
ฟักทอง
เป็นพืชผักที่มีลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้น เช่นเดียวกับแตงโม ฟักทองเป็นไม้เถาอ่อน
มีขนสากมือ มีหนวด สำหรับเกี่ยวพันทอดไปตามพื้นดิน
จึงต้องการเนื้อที่ปลูกมากกว่าพืชผักอื่นๆ เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ มีอายุปีเดียว
(ฤดูเดียว) เมื่อให้ผลแล้วก็ตายไป ฟักทองจัดเป็นพืชที่มีระบบรากลึก
การเตรียมแปลงปลูกจึงต้องไถดินให้ลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 5-7 วัน
เพื่อเป็นการไล่แมลงศัตรูในดินและฆ่าเชื้อโรคบางชนิด
ในการเตรียมแปลงปลูกควรมีการตรวจวัดความเป็นกรด-ด่าง ของดิน ให้มีค่า pH
6.0-6.8 หากดินมีสภาพเป็นกรดควรปรับสภาพโดยใช้ปูนขาวหรือโดโลไมท์ใส่ระหว่างการเตรียมแปลงปลูก
การใช้ปูนขาวหรือโดโลไมท์ในการปรับปรุงสภาพดินจะช่วยลดการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้ในระดับหนึ่ง
ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว โดยพิจารณาการใส่ตามความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ทั้งนี้หากเกษตรกรนำดินส่งวิเคราะห์ (ที่กรมพัฒนาที่ดินในแต่ละจังหวัด)
เกษตรกรก็จะทราบว่าที่ดินของตนเองมีปริมาณธาตุอาหารในดินสามารถที่จะทราบถึงปริมาณธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน
และควรจะเพิ่มเติมอะไร เท่าไร รวมถึงการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่เหมาะสม เป็นต้น
เพื่อให้ฟักทองเจริญเติบโตดี
ถิ่นกำเนิดฟักทอง
ฟักทองเป็นพืชในเขตร้อนมีถิ่นกำเนิดในแถบเขตร้อนของอเมริกากลาง
รวมไปถึงทางตอนเหนือของเมกซิโก และทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกาเหนือ
(ซึ่งว่ากันว่ามีการค้นพบหลักฐานว่ามีการปลูกกันมานานกว่า 8000 ปีมาแล้ว)
โดยภายหลังได้มีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป
และเอเชียตามลำดับ
การดูแลรักษาและ
การให้ปุ๋ยแก่ฟักทอง
เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบแล้ว ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือ หลุมละ
2 ต้น และรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นกล้าเจริญจนไม่มีใบจริง 4
ใบ ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตหรือปุ๋ยผัก (21-0-0) ละลายน้ำแล้วใช้ รดต้นฟักทอง ต้องรดน้ำทุกวัน เมื่อฟักทองเริ่มออกดอก
ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 (หรือสูตรใกล้เคียงกัน เช่น 13-13-27
หรือ 14-14-21) โรยรอบๆ
ต้นแล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้งเมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อน พันธุ์ฟักทองที่เป็นพันธุ์หนักให้ผลโต
อายุเก็บเกี่ยวยาวนาน ดังนั้นการใส่ปุ๋ยให้ฟักทองพันธุ์หนักควรใส่มากกว่า พันธุ์เบา
การรดน้ำต้องรดน้ำทุกวัน จนคะเนว่าอีก 15 วัน จะเก็บผลแก่ได้
จึงเลิกรดน้ำ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น