มะคำดีควาย
มะคำดีควาย
ชื่อสมุนไพร มะคำดีควาย
ชื่ออื่น ๆ / ชื่อท้องถิ่น ประคำดีความ(ทั่วไป,ภาคกลาง),มะซัก,ส้มป่อยเทศ(ภาคเหนือ),คำดีควาย(ภาคใต้),ชะแซ,ซะเหล่าด(กะเหรี่ยง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ มะคำดีควายสามารถแบ่งออกเป็น
2 ชนิด คือ Sapindus rarak DC. และ
Sapindus trifoliatus L.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ ชนิด S.rarak
DC. คือ Dittelasma rarak (DC.) Benth. & Hook. f. และชนิด S. trifoliatus L. คือ Sapindus
emarginatustus Vahl.
ชื่อสามัญ ชนิด S.rarak DC. คือSoap Nut Tree . และ S. trifoliatus
L. คือ Soapberry Tree
วงศ์ SAPINDACEAE
ลักษณะของมะคำดีควาย
ต้นมะคำดีควาย (ชนิด Sapindus trifoliatus L.) จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เรือนยอดของต้นหนาทึบ ลำต้นมักคดงอ
มีความสูงของต้นได้ประมาณ 10-30 เมตร
เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน แตกเป็นร่องลึกตามแนวยาว ยอดอ่อนและกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล
พรรณไม้ชนิดนี้มักพบขึ้นทั่วไปตามป่าเบญจพรรณชื้น ป่าดิบแล้งในทุกภาคของประเทศไทย
ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ใบมะคำดีควาย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับกัน
ในช่อหนึ่งจะมีใบย่อยอยู่ประมาณ 2-4 ใบ
ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ
ใบมีขนาดกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตรและยาวประมาณ 10-14
เซนติเมตร แผ่นใบเรียบเป็นสีเขียว ดอกมะคำดีควาย ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่
โดยจะออกบริเวณปลายกิ่ง
ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ลักษณะของดอกเป็นดอกเล็กสีขาวนวลหรือเป็นสีเหลืองอ่อน
ๆ ในหนึ่งดอกจะมีกลีบรองดอกขนาดเล็กประมาณ 4 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน และมีกลีบดอกประมาณ 5 กลีบ
กลีบข้างนอกมีขนสั้น ๆ สีน้ำตาลปนแดงขึ้นอยู่ประปราย
ส่วนบริเวณกลางดอกมีเกสรเพศผู้อยู่ 10 ก้าน ผลมะคำดีควาย ผลออกรวมกันเป็นพวง ผลย่อยมีลักษณะค่อนข้างกลม
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ผลสดสีเขียว
ผิวผลเรียบหรืออาจมีรอยย่นที่ผลบ้าง เปลือกผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ
ผลมีพู 3 พู และมักจะฝ่อไป 1-2 พู
เนื้อในผลมีลักษณะเหนียว ใส เป็นสีน้ำตาล และมีรสหวาน ภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะกลมสีดำเป็นมัน เป็นเมล็ดที่มีเปลือกหุ้มแข็ง
สรรพคุณของมะคำดีควาย
เปลือกต้นมีรสเฝื่อนขม
นำมาต้มเอาน้ำรับประทานเป็นยาแก้กระษัย (เปลือกต้น) ผลใช้รักษาชันนะตุบนศีรษะ
แก้เชื้อรา แก้รังคา (โรคผิวหนังพุพองบนศีรษะเด็ก) ด้วยการใช้ผลประมาณ 4-5 ผล นำมาแกะเอาแต่เนื้อ นำไปต้มกับน้ำประมาณ 1
ถ้วย แล้วใช้น้ำทาบนศีรษะที่เป็นชันนะตุวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น จนกว่าจะหาย หรือจะใช้เนื้อผล 1 ผล
นำมาตีกับน้ำจนเกิดเป็นฟอง แล้วใช้สระผมวันละ 1 ครั้ง
จนกว่าจะหาย (บางข้อมูลระบุว่าสามารถช่วยป้องกันผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย
แก้อาการคันหนังศีรษะ ช่วยลดความมันบนหนังศีรษะ บำรุงรากผมให้แข็งแรง
ช่วยขจัดตัวเหา ไข่เหา หรือนำไปหมักเอาน้ำทาแก้โรคสะเก็ดเงิน)
แต่ต้องระวังอย่าให้เข้าตา เพราะจะทำให้แสบตา ตาอักเสบได้ และไม่ควรทิ้งไว้นานจนเกินไป
(ผล) ผลใช้ผสมกับสมุนไพรอื่นในตำรับยา ใช้รักษาโรคตัวร้อน นอนไม่หลับ นอนสะดุ้ง
ผวา แก้สลบ แก้สารพัดพิษ สารพัดกาฬ แก้ไข้สารพัดไข้ทั้งปวง แก้ไข้จับเซื่องซึม
ร้อนในกระหายน้ำ แก้ปากเปื่อย แก้ฝีเกลื้อน แก้พิษ แก้หัด สุกใส (ผล) ใบนำมาปรุงเป็นยาแก้พิษกาฬ
ดับพิษกาฬ ช่วยแก้ทุราวสา (ใบ)
ถิ่นกำเนิดมะคำดีควาย
มะคำดีควาย (ทั้ง 2 ชนิด)
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อยของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ในประเทศ
อินเดีย(โดยเฉพาะแคว้นอัสลัม),เนปาล,บังคลาเทศ,พม่า,ไทย,ลาว,กัมพูชา,มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ต่อมาได้มีการกระจายพันธุ์ไปในประเทศในทวีปเอเชียอื่นๆ เช่น ไต้หวัน,จีน,ปากีสถาน ฯลฯ
สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโดยพบมากในป่าเบญจพรรณ
และป่าดิบแล้งที่มีความสูงตั้งแต่ 150-1600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
การขยายพันธุ์มะคำดีควาย
มะคำดีควายสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด
โดยใช้เมล็ดแก่แช่น้ำประมาณ 1-2 คืน ก่อนนำไปเพาะเพื่อให้งอกได้เร็วขึ้น
แล้วจึงนำไปเพาะในกระบะเพาะหรือถุงเพาะชำ จากนั้นให้น้ำทุกๆวันจนเริ่มงอก
และเมื่อต้นกล้าโตและมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร
จึงนำไปปลูกลงหลุมในพื้นที่ที่ต้องการ
หรืออาจจะใช้เมล็ดที่แช่น้ำแล้วไปหยอดลงหลุมที่ต้องปลูกเลยก็ได้ องค์ประกอบทางเคมี มะคำดีควายทั้ง 2 ชนิด พบสาร hederagenin
Quercetin, Quercetin -3 - a - A- arabofuranoside, ß -
Sitosterol, Emarginatoside, O - Methyl-Saponin, Sapindus – Saponin
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น